Laser Tip

neo_elospic02pic07
neo_emax

 

รักษาสิว รอยแผลเป็นจากสิว
เห็นผลทันทีหลังการรักษา
ลดฝ้า กระ จุดด่างดำ
ลบเลือนจุดด่างดำ ริ้วรอย

Introduction Laser

เลเซอร์คือ “ แสงชนิดหนึ่งซึ่งมีความจ้าและพลังงานสูงมาก ” ความต่างของเลเซอร์กับแสงชนิดอื่นๆ คือ พลังงานของแสงเลเซอร์สามารถถูกดูดซึมเข้าไปในส่วนประกอบเล็กๆ ภายในเซลล์ผิวหนังได้ เช่น แสงเลเซอร์บางชนิดสามารถถูกดูดซับเข้าไปในเม็ดสีเมลานิน แสงเลเซอร์บางชนิดถูกดูดเข้าไปในเม็ดเลือด แสงเลเซอร์บางชนิดถูกดูดเข้าไปในเซลล์ที่มีน้ำเป็นองค์ประกอบ

การทำงานของเลเซอร์ คือ เมื่อแสงเลเซอร์เข้าไปในเซลล์จะทำให้เกิดความร้อนขึ้นในเซลล์นั้นๆทำให้เซลล์นั้นสลายตัวไปในที่สุด ด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรมของเลเซอร์ที่ก้าวหน้าไปเรื่อยๆทำให้สามารถปรับตั้งค่าพลังงานของเครื่องเลเซอร์เพื่อให้เกิดความร้อนขึ้นเฉพาะภายในเซลล์ที่ต้องการเท่านั้น โดยไม่ให้ความร้อนนั้นแผ่กระจายไปถูกเนื้อเยื่อที่ดีรอบ ๆ สรุป ข้อดีของเลเซอร์คือ ความสามารถในการทำลายอย่างเฉพาะเจาะจง ทำให้มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย เลเซอร์บนโลกมีหลายชนิด ซึ่งการใช้งานและการให้ผลลัพธ์ก็แตกต่างกันด้วย เลเซอร์แต่ละระบบมีสี และ ความยาวคลื่นที่ต่างกัน ซึ่งทำให้ความสามารถในการดูดเข้าไปในเซลล์ก็ต่างกันด้วย

วงการแพทย์ผิวหนังในปัจจุบันมี 5 ชนิดหลัก ๆ ได้แก่ เลเซอร์รักษาความผิดปกติของสีผิวและลบรอยสัก เลเซอร์กำจัดขน เลเซอร์รักษาความผิดปกติของหลอดเลือด เลเซอร์กรอผิวชนิดมีแผล เลเซอร์กรอผิวชนิดไม่มีแผล 5 ประเภทที่กล่าวมาก็สามารถรักษารอย โรค หรือ ริ้วรอยต่างประเภทกัน การเลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสำคัญเป็นอย่างมาก

เรียนรู้…การดูแลผิว หลังทำเลเซอร์
การดูแลผิวหลังการทำเลเซอร์อย่างถูกวิธี เพื่อให้ผลลัพธ์ของการทำเลเซอร์ผิวหนังออกมาดีภายในเวลารวดเร็ว โดยไม่เกิดผลข้างเคียง หรือเกิดน้อยที่สุด การทำเลเซอร์ผิวหนังคือการรักษาหรือปรับสภาพผิวโดยการใช้เลเซอร์เป็นการใช้พลังงานจากแสงที่มีความยาวคลื่นเฉพาะ ส่งไปยังเซลล์เป้าหมายบนผิวหนังที่ดูดซับพลังงานแสงได้ดี ทำให้เกิดการทำลายเซลล์เป้าหมายนั้นอย่างเฉพาะเจาะจง โดยมีผลต่อเซลล์อื่นที่อยู่ข้างเคียงน้อยมาก การปรับสภาพผิวโดยการใช้เลเซอร์นี้ไม่จำเป็นแต่เฉพาะในเรื่องความสวยงาม เช่น การลบริ้วรอย จุดด่างดำ หรือแก้ปัญหารูขุมขนกว้างเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการรักษาภาวะบางอย่างได้ด้วย เช่น เนื้องอกผิวหนังเล็กๆ น้อยๆ หูด กระเนื้อ เป็นต้น

การทำเลเซอร์ผิวหนังมีกี่ชนิด การรักษาด้วยเลเซอร์แบ่งออกเป็น 2 ชนิดใหญ่ ๆ คือ เลเซอร์ชนิดที่ทำให้เกิดแผล คือทำเลเซอร์เสร็จแล้วเกิดแผล ทั้งแบบเกิดแผลบางส่วน หรือเกิดแผลเต็มพื้นที่ที่ทำการรักษา และเลเซอร์ชนิดที่ไม่ทำให้เกิดแผล เกิดอะไรขึ้นกับผิวหนังระหว่างการทำเลเซอร์ เมื่อแสงเลเซอร์มากระทบผิวหนัง เซลล์เป้าหมายจะรับพลังงานแสงไว้ และจะมีการเปลี่ยนแปลงพลังงานที่ได้รับให้เป็นความร้อน ส่งผลให้เกิดการทำลายเซลล์เป้าหมายนั้น ภายหลังการรักษาด้วยเลเซอร์ เซลล์ผิวหนังที่ต้องการทำลายจะถูกทำลายไป โดยกรณีที่ใช้เลเซอร์ที่ทำให้เกิดแผล จะมีการหลุดลอกของเซลล์ผิวหนังชั้นบนออกไปด้วย จากนั้นร่างกายมีกระบวนการซ่อมแซมผิวหนังบริเวณนั้น และมีการหายของแผลเกิดขึ้น ทำให้ผิวกลับสู่สภาพปกติ

เนื่องจากภายหลังการรักษาด้วยเลเซอร์ ผิวหนังจะมีสภาพบอบบางกว่าปกติ ระคายเคืองง่าย และไวต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ผิวจะมีการสูญเสียน้ำ และไวต่อแสงแดดมากขึ้น บางครั้ง อาจมีแผลซึ่งจะทำให้เกิดรอยคล้ำจากแสงแดด หรืออาการระคายเคืองของผิวจากการรักษา ภายหลังการทำเลเซอร์จึงต้องมีการดูแลผิวหนังเป็นพิเศษ โดยควรให้ความชุ่มชื้นกับผิวเพิ่มขึ้น และปกป้องผิวจากแสงแดดมากเป็นพิเศษ เพราะการดูแลรักษาผิวหลังทำเลเซอร์อย่างไม่ถูกวิธี อาจมีผลต่อการหายของแผล หรือทำให้มีผลข้างเคียงเกิดขึ้นตามมาได้ วิธีการดูแลผิวหลังทำเลเซอร์ ภายหลังการทำเลเซอร์โดยเฉพาะชนิดที่ทำให้เกิดแผลมักจะมีผลทำให้ผิวไวต่อแสงมากขึ้น และมีรอยดำจากการถูกแสงแดดง่ายขึ้น ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดด และควรใช้ครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ

ในบางกรณี ผิวอาจจะมีอาการแห้งตึง เกิดการระคายเคืองได้ง่าย จึงควรใช้ครีมที่เพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวหนัง เพื่อช่วยให้กระบวนการหายของแผลเกิดขึ้นได้ดีอีกด้วย เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอย่างไร หลังจากทำเลเซอร์ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับผิวภายหลังการทำเลเซอร์ควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับผิวแพ้ง่าย และไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว รวมถึงให้ความชุ่มชื้นในระดับที่เพียงพอแต่ไม่เหนอะหนะมากจนเกินไป เมื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวเป็นอย่างดีแล้ว จึงปกป้องผิวจากรังสี UV ด้วยการใช้ครีมกันแดด ที่เหมาะสมกับผิวบอบบางหลังทำเลเซอร์

ในกรณีที่ไม่แน่ใจว่าควรใช้ผลิตภัณฑ์ใดภายหลังการรักษาด้วยเลเซอร์ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แน่ใจหรือว่าครีมกันแดดที่คุณใช้ดีพอ ในแสงแดดจะมีทั้งรังสี UVA ซึ่งทำให้ผิวคล้ำ และรังสี UVB ซึ่งทำให้ผิวไหม้ โดยรังสี UVB จะมีสูงในช่วงเวลา 10.00-14.00 น. ส่วนรังสี UVA จะมีปริมาณสูงตลอดทั้งวัน วิธีการสังเกตว่าครีมกันแดดสามารถปกป้องผิวจาก UVB ได้ดีหรือไม่ ให้ดูที่ค่า SPF โดยครีมกันแดดที่มีค่า SPF อย่างน้อย 30 ขึ้นไปจึงจะสามารถป้องกันUVB ได้ดีและเหมาะสมกับผิวภายหลังการรักษาด้วยเลเซอร์ ส่วนการป้องกันรังสีUVA ของครีมกันแดดให้ดูที่ค่า PA โดยค่า PA ควรอยู่ที่ ++ จึงจะสามารถปกป้องแสงแดดได้ดี หรือมีสัญลักษณ์ UVA แสดงการรับรองโดยสถาบัน COLIPA ยุโรป เพื่อเป็นการยืนยันว่า ครีมกันแดดดังกล่าวสามารถป้องกันรังสี UVA ได้ตามมาตรฐานในอัตราส่วน UVA:UVB = 1:3 ครีมกันแดดที่ดียังควรกันน้ำได้ดีพอสมควร รวมถึงไม่ควรกระตุ้นให้เกิดสิว สำหรับผู้ที่ได้รับการทำเลเซอร์ควรใช้ครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดผลข้างเคียง เช่น การเกิดรอยดำภายหลังการทำเลเซอร์ และหากเลือกใช้ครีมกันแดดที่สามารถป้องกันและลดอาการระคายเคืองผิวภายหลังการรักษาด้วยเลเซอร์ ก็จะยิ่งมีประโยชน์ในการดูแลผิวมากยิ่งขึ้น